เรารู้...เราเห็นมานานมากแล้ว โรงพยาบาลมีผลประโยชน์กับคนในกระทรวงฯ เวลาพวกเราเสียหายจากโรงพยาบาล แล้วไปร้องกระทรวงฯ คนเขากินเค็กร่วมกันเขาจะสอบสวนกันคงตลกน่าดูดูที่สตง. ตรวจสอบกทม.ฮั้วประมูลเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์กับรพ.ในสังกัดกทม.นั่นปะไร เครื่องสเปคเดียวกันแพงกว่ากันตั้ง20กว่าล้านเงินมันพอทำให้คนไม่ตรวจสอบกันเอง ก็เขากินข้าวหม้อเดียวกัน
คำพังเพยของเขมร ที่คนเขมรใช้สบประมาทคนเขมร (แปลเป็นไทย) คือถึงจนยังไงก็ยัง "กะล่อน" คำพังเพยของไทย ที่ไทยเราควรใช้สบประมาทกันเอง (ไม่ขัดข้องหากคนเขมรจะเอาไปใข้ เพราะเป็นเรื่องจริง) คือถึง "ใหญ่แค่ไหนก็โกง"
ผู้จัดทำ นาย วิลาส สมเกื้อ รปศ. 511
วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553
หือ!!! ครั้งแรก ที่คุณคนเก่า เห็นด้วยกับ จีเอ็น ว๊าว ว๊าว ว๊าว !!!!!!!! มีรางว่าจะชนะคดี 555++เดี๋ยวนี้ชาวบ้านคิดได้แค่ว่า การโกงกินมันเป็นเรื่องของนักการเมืองไทย ไม่ว่าจะรวยระดับไหน หรือว่าโคตรรวย เขาก็เปลี่ยนกันโกงเรียกง่าย ๆ คือไม่ได้สนใจระดับรากหญ้าเลยว่าจะทำมาหากิน หรือกินอยู่กันอย่างไร ประมาณว่า พวกข้าต้องรีบกอบโกยก่อน สนใจแต่ว่ากู้เงินมาให้ได้มากที่สุด แล้วจัดงบลงให้มากที่สุด เพื่อนกรูอยู่กระทรวงไหนบ้าง ช่วยรับนโยบายไปก่อน แล้วก็แบ่งกรูด้วย อย่าลืม พอถูกจับได้ว่าโกง เดี๋ยวหาคนที่ใหญ่ว่าช่วย ให้โกงไปก่อนคนจนรากหญ้ามันไม่รู้เรื่องหรอก ค ว า ย ทั้งนั้น แต่หารู้ไม่ว่า คุณอยู่ได้ทุกวันก็เพราะพวก ค ว า ย หาข้าวให้กินทั้งนั้น ให้มันงมโข่งทำมาหากินกันไปก่อน หัวสมองคิดได้อย่างเดียวตอนนี้ว่าจะหาเงินเข้ากระเป๋าอย่างไรให้เนียนที่สุด ให้ยิ่งโคตรรวยที่สุด เห็นด้วยกับ ท่านคนรู้ทัน ไม่รู้จริง แล้วเราบ่นอะไรเนี่ย ? ไปปลูกหญ้าไว้กินหน้าหนาวดีกว่าไปละ ......ขอให้ท่านทั้งหลายจงเจริญ ฯ ด้วยเทอญ
ผู้จัดทำ นาย สัญชัย วิรจิตร รปศ. 511
ผู้จัดทำ นาย สัญชัย วิรจิตร รปศ. 511
เรื่องของทุจริตมันเป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมืองไทยทีใคร ทีมัน -มันสัมปะหลังก็โกง กล้ายางก็โกง ข้าวก็โกง ลำไยก็โกง -ชุมชนพอเพียงก็โกง ชาวบ้านอยากได้ น้ำดื่ม ดันเอาตู้น้ำมันไปติดดันเอาตู้เติมเงินไปติด ไอ้ที่ขอไม่ได้ ไอ้ที่ได้มาไม่ได้ขอ-กระทรวงศึกษาก็กลิ่นมาแรง ยัดเยียดอุปกรณ์ที่โรงเรียนไม่ต้องการเช่น รร.เขาต้องการเครื่องโปรเจคเตอร์ ดั้นเอาอุปกรณ์โต๊ะ ตู้ สำหรับห้องสมุดไปให้เขา ทั้งที่ของเดิมก็มีอยู่เต็มห้องสมุด เพราะมันเป็นสเปคมาแบบนี้แล้ว -รพ.ก็เหมือนกัน หมอ ผอ.เสนอเตียงทำฟันไป ตัวละ 4 แสนซึ่งราคาจริง ๆ แค่ 2 แสนบาท ให้ลูกน้องหมออีก 2 คน ช่วยเซ็นต์ลูกน้องหมอไม่เอาด้วย เพราะเห็นว่าเป็นการทุจริต ดั้นโดนฟ้องสาธารณสุขจังหวัด เรื่อง จริยธรรมแพทย์ สรุปเรียกไปสอบความผิดแล้วหมอ รพ. เล็ก ๆ จะมีกำลังใจทำงานได้อย่างไร เมื่อหมอเหมือนกัน ไม่รักกัน ไม่รักลูกน้อง รักแต่ผลประโยชน์ และอะไรอีกหลายอย่างที่มีอยู่ทุกวงการ ทุกกระทรวง ที่โกงกันแบบนี้ก็ไม่รุ้เหมือนกัน ว่าทิศทางชาวบ้านของประเทศไทยจะไปทางไหน ต้องใหคนพวกนี้มาดูแลประเทศ ทุกอย่างก็ต้องมีผลประโยชน์ เห็นใส่สายรัดข้อมือ สีเหลือง สีฟ้า สีชมพู เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ไหนบอกว่า รักในหลวง สู้คนที่ไม่ใส่ดีกว่า ความจงรักภักดีอาจจะมีเยอะกว่าด้วยซ้ำในการประกอบาชีพสุจริต สังคมไทยเปลี่ยนไปเป็นสังคมเห็นแก่ตัว สังคมแก่งแย่ง ใครดีใครได้ ใครเด่นใครสุจริตโดนยิง มันเป็นปกติของสังคมไปแล้ว ส่วนชาวบ้านก็เริ่มมีความเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น เพราะเงินทองหายาก น้ำใจในเพื่อนมนุษย์แทบไม่มีอีกหน่อยไม่คงไม่ต้องร้องเพลงชาติไทย เพราะมันเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่ สาวได้สาวเอา ใครทนกว่าก็อยู่นาน ใครดีเกินหน้าก็ตายก่อนน่าจะเป็นอย่างนั้นปล. แล้วคณะทำผิดที่ลาออก ลาออกแล้วก็ลาออกเลยเหรอคะ ไม่มีความผิดอะไรเลยเหรอ แล้วเดี๋ยวเรื่องเงียบสักพักก็กลับมาใหม่ เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า บ้าไปแล้วเมืองไทย
ผู้จัดทำ นาย พงษ์ศักดิ์ ปานแก้ว รปศ. 511
ผู้จัดทำ นาย พงษ์ศักดิ์ ปานแก้ว รปศ. 511
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553
จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตลาดพูนทรัพย์
พ.ต.ต.พัมธนนท์ เกียรติไพบูลย์ สว.สส.กก.สส.2 ภ.1พร้อมกำลังกว่า 10 นายได้เข้าจับกุมผู้ขายสินค้าละเมิดสิทธิ์เครื่องหมายการค้าเพื่อจำหน่ายในตลาดพูนทรัพย์ ถนนรังสิตปทุมธานี ม.2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถเลี้ยวเข้าตลาดพ่อค้าแม่ค้าก็ส่งสัญณาณให้ผู้ขายได้รู้จึงได้ทำการปิดร้านและที่ขายแผงลอยก็เก็บข้าวของหลบหนีไปหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายวันชัย อุณวงค์ อายุ 30 ปีได้เพียงรายเดียวขณะกำลังขายแว่นตาเก็บไม่ทันได้แว่นตายี่ห่อเรย์แบน เพลยบอย พาด้า รวม 22 อัน นำส่ง พ.ต.ท.จุรุวัฒน์ สรรพอุดม สารวัตรเวรสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาละเมิลลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
อ้างตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
โดย นาย วิลาศ สมเกื้อ เลขที่ 42 รปศ . 511
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถเลี้ยวเข้าตลาดพ่อค้าแม่ค้าก็ส่งสัญณาณให้ผู้ขายได้รู้จึงได้ทำการปิดร้านและที่ขายแผงลอยก็เก็บข้าวของหลบหนีไปหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายวันชัย อุณวงค์ อายุ 30 ปีได้เพียงรายเดียวขณะกำลังขายแว่นตาเก็บไม่ทันได้แว่นตายี่ห่อเรย์แบน เพลยบอย พาด้า รวม 22 อัน นำส่ง พ.ต.ท.จุรุวัฒน์ สรรพอุดม สารวัตรเวรสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาละเมิลลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
อ้างตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้ย่อมเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
โดย นาย วิลาศ สมเกื้อ เลขที่ 42 รปศ . 511
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
เทพไทชี้พท.เคลื่อนไหวแก้รธน.หวังเสี้ยมพรรคร่วมแตก
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเสี้ยมให้พรรคร่วมรัฐบาลหยิบยกรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ ซึ่งจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลชัดเจนคือแก้เพียง 2 มาตรา ดังนั้นการหยิบรัฐธรรมนูญ 40 มา ถือว่ามีเจตนาอำพรางที่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ให้หลุดคดีในศาล รวมถึงความผิดอื่น ทั้งหมด และเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ไม่แตกต่างกัน รัฐธรรมนูญปี 50 เป็นการอุดรอยรั่วของรัฐธรรมนูญปี 40 มากกว่า ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยคลั่งรัฐธรรมนูญปี 40 เพราะให้คุณประโยขน์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในการเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจนอกระบบ และเปิดโอกาสให้แทรกแซงองค์กรอิสระ จนทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง หาผลประโยชน์จากนโยบายทับซ้อนซึ่งเป็นต้นเหตุในการปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยดิ้นรนเอารัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นอนุสรณ์ทางการเมืองให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ อีกต่อไป
อ้างตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๕ ว่าด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในหมวดที่ 15 มาตรา 291 กระทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
1.ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้
2.ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ
3.การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
4.การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
5.เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ 15 วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป
6.การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
7.เมื่อการลงมติแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
กระทำโดย นาย สัญชัย วีรจิตร เลขที่ 45 รปศ. 511
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเสี้ยมให้พรรคร่วมรัฐบาลหยิบยกรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ ซึ่งจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลชัดเจนคือแก้เพียง 2 มาตรา ดังนั้นการหยิบรัฐธรรมนูญ 40 มา ถือว่ามีเจตนาอำพรางที่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ให้หลุดคดีในศาล รวมถึงความผิดอื่น ทั้งหมด และเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ไม่แตกต่างกัน รัฐธรรมนูญปี 50 เป็นการอุดรอยรั่วของรัฐธรรมนูญปี 40 มากกว่า ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยคลั่งรัฐธรรมนูญปี 40 เพราะให้คุณประโยขน์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในการเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจนอกระบบ และเปิดโอกาสให้แทรกแซงองค์กรอิสระ จนทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง หาผลประโยชน์จากนโยบายทับซ้อนซึ่งเป็นต้นเหตุในการปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยดิ้นรนเอารัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นอนุสรณ์ทางการเมืองให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ อีกต่อไป
อ้างตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๕ ว่าด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในหมวดที่ 15 มาตรา 291 กระทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
1.ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้
2.ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ
3.การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
4.การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
5.เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ 15 วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป
6.การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
7.เมื่อการลงมติแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
กระทำโดย นาย สัญชัย วีรจิตร เลขที่ 45 รปศ. 511
ยกย่อง 6 ชุมชนในกทม. ทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิสตรีดีเด่น
ในการนี้ นายพุทธิพงษ์ และนายชาญยุทธ ได้ร่วมกันมอบเกียรติบัตรแก่ 6 ชุมชนนำร่องในเขตกรุงเทพมหานครที่มีผลการปฏิบัติงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรีดีเด่น และสำนักงานเขตที่รับผิดชอบ สำหรับ 6 ชุมชนนำร่องที่มีผลการปฏิบัติงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรีดีเด่น ได้แก่ 1. ชุมชนสวนอ้อย เขตคลองเตย 2. ชุมชนพุ่มโพธิ์กลาง เขตลาดพร้าว 3. ชุมชนซอยพระเจน เขตปทุมวัน 4. ชุมชน หลังไปรษณีย์สำเหร่ เขตธนบุรี 5. ชุมชนวัดรวกบางบำหรุ เขตบางพลัด 6. ชุมชนวัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและเผชิญกับภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงและเด็ก มีอาสาสมัครซึ่งเป็นแกนนำชุมชนลงปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อค้นหาและช่วยเหลือสตรีที่ถูกละเมิดสิทธิ โดยมีมูลนิธิเพื่อนหญิงเป็นที่ปรึกษาและคอยติดตามผลการดำเนินงาน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี จึงส่งเสริมให้มีการสร้างเครือข่ายในชุมชนขึ้น เพื่อดำเนินงานคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี พร้อมทั้งให้ความรู้และคำปรึกษา แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีเรื่องราวการละเมิดสิทธิสตรีให้เห็นกันอยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันทำงานอย่างจริงจัง รวมทั้งชุมชนต่างๆ ต้องทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น และในอนาคตกรุงเทพมหานครจะผลักดันให้มีการจัดตั้งชมรมสตรีขึ้น ในทุกชุมชน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินงานของชมรมด้วย
มาตราที่ 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
มาตราที่29 การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบรรญัตแห่งกฎหมาย
มาตราที่ 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
มาตราที่29 การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบรรญัตแห่งกฎหมาย
ผุ้เขียนบทความ
นาย พงษ์ศักดิ์ ปานแก้ว
เลขที่ 25 รปศ 511
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
