วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

เทพไทชี้พท.เคลื่อนไหวแก้รธน.หวังเสี้ยมพรรคร่วมแตก
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเสี้ยมให้พรรคร่วมรัฐบาลหยิบยกรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ ซึ่งจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลชัดเจนคือแก้เพียง 2 มาตรา ดังนั้นการหยิบรัฐธรรมนูญ 40 มา ถือว่ามีเจตนาอำพรางที่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ให้หลุดคดีในศาล รวมถึงความผิดอื่น ทั้งหมด และเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ 40 และ 50 ไม่แตกต่างกัน รัฐธรรมนูญปี 50 เป็นการอุดรอยรั่วของรัฐธรรมนูญปี 40 มากกว่า ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยคลั่งรัฐธรรมนูญปี 40 เพราะให้คุณประโยขน์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ในการเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจนอกระบบ และเปิดโอกาสให้แทรกแซงองค์กรอิสระ จนทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง หาผลประโยชน์จากนโยบายทับซ้อนซึ่งเป็นต้นเหตุในการปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยดิ้นรนเอารัฐธรรมนูญปี 40 มาเป็นอนุสรณ์ทางการเมืองให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ อีกต่อไป
อ้างตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๕ ว่าด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในหมวดที่ 15 มาตรา 291 กระทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
1.ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะเสนอมิได้
2.ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็นสามวาระ
3.การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
4.การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
5.เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ 15 วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป
6.การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
7.เมื่อการลงมติแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

กระทำโดย นาย สัญชัย วีรจิตร เลขที่ 45 รปศ. 511

1 ความคิดเห็น: